การเตรียมแปลงปลูกและการปลูก
มะละกอสามารถเจริญงอกงามในดินทุกสภาพพื้นที่แต่ดินที่เหมาะสมกับการปลูก มะละกอ ควรเป็นดินที่มีอินทรีย์วัตถุมากเป็นดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี สภาพความเป็นกรดด่าง(pH)อยู่ระหว่าง 5.6-6.4
มะละกอสามารถเจริญงอกงามในดินทุกสภาพพื้นที่แต่ดินที่เหมาะสมกับการปลูก มะละกอ ควรเป็นดินที่มีอินทรีย์วัตถุมากเป็นดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี สภาพความเป็นกรดด่าง(pH)อยู่ระหว่าง 5.6-6.4
2. ระยะปลูก ระยะห่างระหว่างหลุมปลูก ห่างกันประมาณ 2×2 ม. ถึง 3×3
ม.
3. การเตรียมหลุมปลูก ขุดหลุมปลูกมีขนาดกว้าง 50 ซม. ยาว 50 ซม. ลึก 50 ซม. รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพ 1 กก. ต่อหลุม แล้วกลบด้วยดิน รดน้ำให้ชุ่ม
4. การปลูก ย้ายต้นกล้าที่เตรียมไว้ นำมาปลูกในหลุมปลูก 2-3 ต้นต่อหลุม เพื่อคัดเลือกเอาต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง กลบดินให้แน่นควรปักไม้ผูกเชือกยึดต้นกล้าไว้ไม่ให้ล้ม รดน้ำให้ชุ่ม
5. การดูแลรักษา
5.1 การให้น้ำ ช่วงแรกควรรดน้ำทุกวัน เมื่อต้นกล้าโตขึ้นก็ให้น้ำ 3-5 วัน/ครั้ง
5.2 การให้ใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพ 200 กรัม ต่อต้น เดือนละครั้ง
5.3 การกำจัดวัชพืช ควรกำจัดวัชพืชด้วยวิธีการถอน ดายหรือถางหรือใช้วิธีปลูกพืชหมุนเวียน เช่น พริก กะเพรา โหระพา แตง และพืชตระกูลถั่ว ซึ่งจะช่วยคลุมดิน ป้องกันวัชพืชงอกและยังช่วยให้มะละกอได้รับปุ๋ยและน้ำเพิ่มขึ้น
5.4 การเลือกต้นที่ให้ผลยาว เมื่อมะละกอออกดอก ให้สังเกตดูว่าถ้าดอกมีลักษณะก้านของกลีบดอกยาวจะให้ผลยาว ถ้าก้านของกลีบดอกไม่ยาวจะให้ผลกลม ก็ให้ใช้มีดคม ๆ ตัดต้นนั้นทิ้งให้เหลือเพียงต้นเดียวจะได้มะละกอที่มีผลยาว
5.5 การปลิดผล ปกติมะละกอจะติดผลดก เพื่อช่วยให้ได้มะละกอที่มีคุณภาพ ต้นมะละกอมีอายุยืนและป้องกันการโค่นล้ม จำเป็นต้องมีการปลิดผลที่ติดผลกันมากจนแน่น ออกใบบ้าง เช่น ผลเรียวขนาดเล็ด ผลบิดเบี้ยว การปลิดผลจะช่วยให้ได้ผลมะละกอที่เหลืออยู่บนต้นมีขนาดใหญ่และมีคุณภาพดี
6. การเก็บผลผลิต หลังมะละกอติดผล 3-4 เดือน อาจเก็บผลดิบทั้งหมดเลยก็ได้ หรือจะเลือกเก็บบางส่วน ส่วนที่เหลือเก็บเมื่อผลสุก สำหรับการเก็บมะละกอสุก ควรเก็บเมื่อมะละกอเริ่มสุกมีผิวสีเหลืองบนผลประมาณ 5%
วิธีการเก็บให้ใช้มีดตัดขั้วผลให้ยาวชิดลำต้น แล้วจึงนำมาตัดขั้วผลอีกทีหนึ่งให้สั้นลงหรือไว้ประมาณ 1 นิ้ว ไม่ควรใช้วิธีบิดผล เพราะอาจทำให้ขั้วช้ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดเชื้อราได้
3. การเตรียมหลุมปลูก ขุดหลุมปลูกมีขนาดกว้าง 50 ซม. ยาว 50 ซม. ลึก 50 ซม. รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพ 1 กก. ต่อหลุม แล้วกลบด้วยดิน รดน้ำให้ชุ่ม
4. การปลูก ย้ายต้นกล้าที่เตรียมไว้ นำมาปลูกในหลุมปลูก 2-3 ต้นต่อหลุม เพื่อคัดเลือกเอาต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง กลบดินให้แน่นควรปักไม้ผูกเชือกยึดต้นกล้าไว้ไม่ให้ล้ม รดน้ำให้ชุ่ม
5. การดูแลรักษา
5.1 การให้น้ำ ช่วงแรกควรรดน้ำทุกวัน เมื่อต้นกล้าโตขึ้นก็ให้น้ำ 3-5 วัน/ครั้ง
5.2 การให้ใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพ 200 กรัม ต่อต้น เดือนละครั้ง
5.3 การกำจัดวัชพืช ควรกำจัดวัชพืชด้วยวิธีการถอน ดายหรือถางหรือใช้วิธีปลูกพืชหมุนเวียน เช่น พริก กะเพรา โหระพา แตง และพืชตระกูลถั่ว ซึ่งจะช่วยคลุมดิน ป้องกันวัชพืชงอกและยังช่วยให้มะละกอได้รับปุ๋ยและน้ำเพิ่มขึ้น
5.4 การเลือกต้นที่ให้ผลยาว เมื่อมะละกอออกดอก ให้สังเกตดูว่าถ้าดอกมีลักษณะก้านของกลีบดอกยาวจะให้ผลยาว ถ้าก้านของกลีบดอกไม่ยาวจะให้ผลกลม ก็ให้ใช้มีดคม ๆ ตัดต้นนั้นทิ้งให้เหลือเพียงต้นเดียวจะได้มะละกอที่มีผลยาว
5.5 การปลิดผล ปกติมะละกอจะติดผลดก เพื่อช่วยให้ได้มะละกอที่มีคุณภาพ ต้นมะละกอมีอายุยืนและป้องกันการโค่นล้ม จำเป็นต้องมีการปลิดผลที่ติดผลกันมากจนแน่น ออกใบบ้าง เช่น ผลเรียวขนาดเล็ด ผลบิดเบี้ยว การปลิดผลจะช่วยให้ได้ผลมะละกอที่เหลืออยู่บนต้นมีขนาดใหญ่และมีคุณภาพดี
6. การเก็บผลผลิต หลังมะละกอติดผล 3-4 เดือน อาจเก็บผลดิบทั้งหมดเลยก็ได้ หรือจะเลือกเก็บบางส่วน ส่วนที่เหลือเก็บเมื่อผลสุก สำหรับการเก็บมะละกอสุก ควรเก็บเมื่อมะละกอเริ่มสุกมีผิวสีเหลืองบนผลประมาณ 5%
วิธีการเก็บให้ใช้มีดตัดขั้วผลให้ยาวชิดลำต้น แล้วจึงนำมาตัดขั้วผลอีกทีหนึ่งให้สั้นลงหรือไว้ประมาณ 1 นิ้ว ไม่ควรใช้วิธีบิดผล เพราะอาจทำให้ขั้วช้ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดเชื้อราได้
อ้างถึง
: ไร่ธัญบูรณ์: มะละกอ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น