ความเป็นมาของมะละกอ
มะละกอ
เป็นไม้ผลชนิดหนึ่ง สูงประมาณ 5-10 เมตร
มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง ถูกนำเข้าสู่ประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา
ผลดิบมีสีเขียว เมื่อสุกแล้วเนื้อในจะมีสีเหลืองถึงส้ม
นิยมนำมารับประทานทั้งสดและนำไปปรุงอาหาร เช่น ส้มตำ ฯลฯ
หรือนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ก็ได้
ลักษณะทั่วไป
มะละกอเป็นไม้ล้มลุก (บางครั้งอาจเข้าใจผิดว่าเป็นไม้ยืนต้น)
ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว 5-9 แฉก
เกาะกลุ่มอยู่ด้านบนสุดของลำต้น ภายในก้านใบและใบมียางเหนียวสีขาวอยู่
มะละกอบางต้นอาจมีดอกเพียงเพศเดียว แต่บางต้นอาจมีดอกได้ทั้งสองเพศก็ได้
ผลเป็นรูปรี อาจหนักได้ถึง 9 กิโลกรัม ผลดิบมีสีเขียว
และมีน้ำยางสีขาวสะสมอยู่ที่เปลือก ส่วนผลสุก เนื้อในจะมีสีเหลืองถึงส้ม
มีเมล็ดสีดำเล็ก ๆ อยู่ภายในกินไม่ได้
ประโยชน์
นอกจากการนำมะละกอไปรับประทานสด ๆ แล้ว เรายังสามารถนำไปปรุงอาหาร
เช่น ส้มตำ แกงส้ม ฯลฯ หรือนำไปหมักเนื้อให้นุ่มได้อีกด้วย
เพราะในมะละกอมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งเรียกว่า พาเพน (Papain) ซึ่งสามารถนำเอนไซม์ชนิดนี้ไปใส่ในผงหมักเนื้อสำเร็จรูป
บางครั้งนำไปทำเป็นยาช่วยย่อยสำหรับผู้ที่มีปัญหาอาหารไม่ย่อยก็ได้
เป็นไม้ผลชนิดหนึ่ง สูงประมาณ 5-10 เมตร มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง ถูกนำเข้าสู่ประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผลดิบมีสีเขียว เมื่อสุกแล้วเนื้อในจะมีสีเหลืองถึงส้ม นิยมนำมารับประทานทั้งสดและนำไปปรุงอาหาร เช่น ส้มตำ ฯลฯ หรือนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ก็ได้
มะละกอเป็นไม้ล้มลุก (บางครั้งอาจเข้าใจผิดว่าเป็นไม้ยืนต้น) ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว 5-9 แฉก เกาะกลุ่มอยู่ด้านบนสุดของลำต้น ภายในก้านใบและใบมียางเหนียวสีขาวอยู่ มะละกอบางต้นอาจมีดอกเพียงเพศเดียว แต่บางต้นอาจมีดอกได้ทั้งสองเพศก็ได้ ผลเป็นรูปรี อาจหนักได้ถึง 9 กิโลกรัม ผลดิบมีสีเขียว และมีน้ำยางสีขาวสะสมอยู่ที่เปลือก ส่วนผลสุก เนื้อในจะมีสีเหลืองถึงส้ม มีเมล็ดสีดำเล็ก ๆ อยู่ภายในกินไม่ได้
นอกจากการนำมะละกอไปรับประทานสด ๆ แล้ว เรายังสามารถนำไปปรุงอาหาร เช่น ส้มตำ แกงส้ม ฯลฯ หรือนำไปหมักเนื้อให้นุ่มได้อีกด้วย เพราะในมะละกอมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งเรียกว่า พาเพน (Papain) ซึ่งสามารถนำเอนไซม์ชนิดนี้ไปใส่ในผงหมักเนื้อสำเร็จรูป บางครั้งนำไปทำเป็นยาช่วยย่อยสำหรับผู้ที่มีปัญหาอาหารไม่ย่อยก็ได้
พันธุ์มะละกอในประเทศไทย
1. พันธุ์แขกดำ
เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกและรับประทานกันมาก โดยเฉพาะสวนมะละกอในภาคกลาง
จะนิยมปลูกพันธุ์แขกดำ เพราะเป็นพันธุ์ที่มีต้นเตี้ย ออกดอกให้ผลเร็ว
ก้านใบสีเขียว ใบหนาสีเขียวเข้ม ผลมีขนาดปานกลาง มีรูปร่างเป็นทรงกระบอก
ส่วนหัวและส่วนปลายผลมีขนาดเกือบเท่ากันหรือเท่ากัน สีผิวผลเป็นสีเขียวเข้ม
และผิวไม่เรียบ ผลสุก เนื้อจะมีสีแดง เนื้อแน่น รสหวาน มีช่องว่างภายในผลแคบ
น้ำหนักผลโดยประมาณ 0.6-2.0 กิโลกรัม
พันธุ์นี้เหมาะสำหรับการบริโภคผลสุก และส่งตลาดต่างประเทศ
โดยเฉพาะตลาดฮ่องกงและสิงคโปร์
2.พันธุ์แขกนวล เป็นพันธุ์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับพันธุ์แขกดำมาก และนิยมปลูกในบริเวณภาคกลางเช่นเดียวกัน เป็นพันธุ์ที่มีต้นเตี้ยออกดอกให้ผลเร็ว และให้ผลค่อนข้างสม่ำเสมอตลอดฤดูปลูก ลักษณะรูปร่างผลเหมือนพันธุ์แขกดำ แต่สีผิวจะมีสีเขียวอ่อน นวล และผิวผลเรียบ ผลสุกเนื้อมีสีแดง เนื้อแน่น พันธุ์นี้นิยมส่งตลาดภาคอีสาน เพราะผลดิบเนื้อแน่น แข็ง จึงเป็นที่ต้องการของตลาดอีสานมาก
3. พันธุ์โกโก้
เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีต้นเตี้ย ลำต้นอาจมีจุดประสีม่วง
ก้านใบมีทั้งสีม่วงและสีเขียว รูปร่างผลจะต่างจากพันธุ์แขกดำ ผลของโกโก้
มีส่วนหัวเรียวเล็ก ส่วนปลายผลใหญ่ ขนาดผลใหญ่ มีน้ำหนักผลประมาณ 1.3-2.0 กิโลกรัม ผลสุกเนื้อสีแดง เนื้อหนา แน่น รสหวาน
เหมาะสำหรับบริโภคผลสุกและส่งเข้าโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป4. พันธุ์สายน้ำผึ้ง ลักษณะคล้ายกับพันธุ์โกโก้ แต่ลำต้นและก้านใบมีสีเขียวอ่อน ก้านใบยาวกว่าพันธุ์อื่นๆ แต่จำนวนแฉกใบน้อยกว่าพันธุ์อื่น ๆ พันธุ์นี้ต้นค่อนข้างสูงและออกดอกติดผลช้ามีรูปร่างเหมือน
5. พันธุ์พื้นเมือง เป็นพันธุ์ที่ปลูกกันมานาน ปลูกแบบเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ปลูกเป็นการค้าเหมือนพันธุ์ที่กล่าวมาข้างต้น ปล่อยไปตามธรรมชาติ มีลักษณะไม่ค่อยแน่นอนทั้งผลและลำต้น แต่โดยทั่วไปแล้ว พันธุ์พื้นเมืองจะให้ผลค่อนข้างเล็ก ทรงผลกลม เนื้อบาง ช่องว่างในผลกว้าง เมื่อสุกเนื้อจะออกสีเหลือง และเนื้อค่อนข้างเละ ไม่นิยมบริโภคสุก มักใช้ประโยชน์จากผลดิบมากกว่าพันธุ์พื้นเมืองมักจะออกดอกติดผลช้า แต่มีข้อดีที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี เพราะมีการปรับตัวให้เข้ากับท้องถิ่นมานานนอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ยังมีมะละกอพันธุ์แขกดำท่าพระและพันธุ์ปากช่อง 1 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาภายหลัง โดยมีลักษณะเด่นคือทนทานต่อโรคไวรัสจุดวงแหวน
อ้างถึง : ความเป็นมาของมะละกอ https://jenpob.wordpress.com/
: พันธุ์มะละกอในประเทศไทย http://www.safetybio.agri.kps.ku.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=8572&Itemid=27
: มะละกอพันธุ์พื้นเมือง http://papayanonsi.blogspot.com/p/blog-page_13.html
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น